Program

ส่วนใหญ่แล้ว geek ทางคอมพิวเตอร์จะไม่ใส่ใจในกฎหมายครับ สงสัยคงเป็นเพราะอ่านแล้วเข้าใจยาก สำบัดสำนวนเยอะเหลือเกิน แต่พอดีว่ามันมีผลกระทบกับเราครับ เราก็เลยจำเป็นต้องรู้มันหน่อย

สืบเนื่องจากว่าพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ กำลังจะมีการประกาศใช้ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2550 นี้ครับ พวกเราเลยต้องมารับรู้กันซะหน่อย ว่าทำอะไรผิดบ้างถึงจะถูกกฎหมายนี้ลงโทษเอาได้ พวกเราจะได้ระวังตัวกัน ไม่เผลอไผลให้อารมณ์พาไปจนทำผิดเน้อะ!!!

ผมจะถอดความโดยสรุปเลยก็แล้วกันนะครับ ว่าทำอะไรผิดแล้วจะโดนลงโทษบ้าง

  1. เจ้าของไม่ให้เข้าระบบคอมพิวเตอร์ของเขา แล้วเราแอบเข้าไป … เจอคุก 6 เดือน
  2. แอบไปรู้วิธีการเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของชาวบ้าน แล้วเที่ยวไปโพนทะนาให้คนอื่นรู้ … เจอคุกไม่เกินปี
  3. ข้อมูลของเขา เขาเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ดี ๆ แล้วแอบไปล้วงของเขา … เจอคุกไม่เกิน 2 ปี
  4. เขาส่งข้อมูลหากันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบส่วนตั๊วส่วนตัว แล้วเราทะลึ่งไปดักจับข้อมูลของเขา … เจอคุกไม่เกิน 3 ปี
  5. ข้อมูลของเขาอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของเขาดี ๆ เราดันมือบอนไปโมมันซะงั้น … เจอคุกไม่เกิน 5 ปี
  6. ระบบคอมพิวเตอร์ของชาวบ้านทำงานอยู่ดี ๆ เราดันยิง packet หรือ message หรือ virus หรือ trojan หรือ worm หรือ (โอ๊ยเยอะ) เข้าไปก่อกวนจนระบบเขาเดี้ยง … เจอคุกไม่เกิน 5 ปี
  7. เขาไม่ได้อยากได้ข้อมูลหรืออีเมลล์จากเราเล้ย เราก็ทำตัวเป็นอีแอบเซ้าซี้ส่งให้เขาซ้ำ ๆ อยู่นั่นแหล่ะ จนทำให้เขาเบื่อหน่ายรำคาญ … เจอปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
  8. ถ้าเราทำผิดข้อ 5. กับ ข้อ 6. แล้วมันสร้างความพินาศใหญ่โตในระดับรากหญ้า งานนี้มีซวยแน่ เจอคุกสิบปีขึ้น
  9. ถ้าเราสร้างซอฟต์แวร์เพื่อช่วยให้ใคร ๆ ทำเรื่องแย่ ๆ ในข้อข้างบน ๆ ได้ … เจอคุกไม่เกินปีนึงเหมือนกัน
  10. โป๊ก็โดน, โกหกก็โดน, เบนโลก็โดน, ท้าทายอำนาจรัฐก็โดน … เจอคุกไม่เกิน 5 ปี
  11. ใครเป็นเจ้าของเว็บ แล้วยอมให้เกิดข้อ 10. โดนเหมือนกัน … เจอคุกไม่เกิน 5 ปี
  12. ถ้าเราเรียกให้ชาวบ้านเข้ามาดูงานของศิลปินข้างถนน ซึ่งชอบเอารูปชาวบ้านมาตัดต่อ เตรียมใจไว้เลยมีโดน … เจอคุกไม่เกิน 3 ปี
  13. เราทำผิดที่เว็บไซต์ซึ่งอยู่เมืองนอก แต่ถ้าเราเป็นคนไทย หึ ๆ อย่าคิดว่ารอด โดนแหง ๆ
  14. ฝรั่งทำผิดกับเรา แล้วมันอยู่เมืองนอกอีกต่างหาก เราเป็นคนไทย ก็เรียกร้องเอาผิดได้เหมือนกัน (จริงดิ?)

กฎหมายออกมาแล้ว ก็คงต้องระวังตัวกันให้มากขึ้นนะพวกเรา … จงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทครับ

ป.ล. นี่ถ้ามีคนแอบเข้ามาในระบบคอมพิวเตอร์เรา แล้วเที่ยวไปยิงขีปนาวุธใส่ระบบคอมพิวเตอร์ของชาวบ้าน คงได้ซวยน่าดูเลยคราวนี้ T-T

 

คลิปที่โหลดมาจากเว็บต่างๆ มักจะมีนามสกุลเป็น flv ซึ่งมีคุณภาพไม่สูงนัก

ดังนั้นการนำมาตัดต่อหรือแปลงไฟล์ก็จะยิ่งทำให้ภาพที่ได้มีคุณภาพแย่ลง

วันนี้ j_kitar มีวิธีมาฝากอีกแล้ว   แต่เป็นวิธีที่ดัดแปลงมาจากวิธีของ advanced.exteen นะ

ลองเข้าไปดูที่ blog ของเค้าได้เลย ในหัวข้อ การแปลงไฟล์ FLV เป็นไฟล์ชนิดต่างๆคุณภาพสูง

ตามวิธีของ advanced user นั้นภาพที่ได้มีคุณภาพเหมือนเดิมมาก เรียกว่า 99.9%

แต่เท่าที่ j_kitar ลองดูแล้วปรากฏว่า เสียงที่ได้กับภาพไม่ค่อยตรงกัน (ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะของเราคนเดียวหรือเปล่า)

เอาเป็นว่าใครที่มีปัญหาเรื่องเสียงกับภาพไม่ตรงกัน ลองใช้วิธีนี้ดูนะ

ขั้นแรกเราต้องมีโปรแกรมเหล่านี้ก่อน

1. k-lite codec

2. FLVExtract

3. Total Video Converter

4. VirtualDubMod

 

วิธีนี้จะต้อง Extract ไฟล์เสียงกับภาพจากคลิป flv ออกมาก่อน แล้วจึงนำไปรวมกันอีกที

โดยทำตามขั้นตอนนี้นะ

 

1. ตั้งค่าใน k-lite codec (เพื่อให้สามารถเปิดไฟล์ที่ extract ออกมาด้วย VirtualDubMod ได้)

  ให้เข้าไปที่ Start-->All Programs-->K-Lite Codec Pack-->Configuration-->ffdshow VFW interface

 

ที่แท็บ Decoder เข้าไปที่ Codecs เลือกที่ FLV1, VP3, VP5, VP6, VP6F ให้เป็น libavcodec ให้หมดตามรูป แล้วกด OK

 

 

2. ตั้งค่าใน k-lite codec เหมือนเดิมแต่ไปที่ Start-->All Programs-->K-Lite Codec Pack-->Configuration-->ffdshow video decoder

แท็บ Decoder เข้าไปที่ Codecs เลือกที่ FLV1, VP3, VP5, VP6, VP6F ให้เป็น libavcodec ให้หมดตามรูป แล้วกด OK

 

3. Extract ไฟล์ flv โดยเปิดโปรแกรม FLVExtract (ไม่ต้อง install ใช้ได้เลย)

จะเห็นว่ามีให้ติ๊กเลือก 3 อัน คือ Video, Timecodes, Audio ให้เลือกแค่ Video กับ Audio ก็พอ เพราะ Timecodes ไม่จำเป็นต้องใช้

 

 

 

แล้วลากไฟล์ flv ที่ต้องการ extract มาวางทับที่โปรแกรม รอจนเสร็จก็จะได้ไฟล์ออกมาเป็น avi กับ mp3

 

 

 

รอให้ขึ้นเครื่องหมายถูกหน้าชื่อไฟล์ก่อน ถึงจะแสดงว่าเสร็จแล้ว 

 

 

 

ไฟล์ที่ได้ออกมาคือ avi กับ mp3 (แต่ว่ายังเอาไปใช้เลยไม่ได้ ต้องแปลงไฟล์ก่อน ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการเสียงกับภาพไม่ตรงกัน อย่างที่ j_kitar เคยเป็น T-T)

 

4. นำไฟล์ mp3 ที่ได้จากการ extract นี้ไปแปลงไฟล์ด้วย Total Video Converter (การใช้งานโปรแกรมนี้ได้เล่าให้ฟังแล้วในหัวข้อ เตรียมไฟล์สำหรับทำ DVD)

แต่คราวนี้เมื่อ import ไฟล์แล้วให้เลือกที่แท็บ Audio File เลือก mp3

 

 

 

 

แล้วกด setting เพื่อตั้งค่า

 

 

 

เลือกที่แท็บ Audio Option โดยเลือกให้ Audio Channel = Double Channel,    Audio Codec = mp3,

sampling rate = 22050,   bit rate = 64 (เนื่องจากไฟล์ต้นฉบับจะมีคุณภาพเสียงประมาณนี้ หรือใครต้องการตั้งมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ตามความพอใจ)

 

 

 

เสร็จแล้วก็กด OK แล้ว Convert file ได้เลย

 

 

5. คราวนี้เราก็จะได้ไฟล์ที่จะต้องใช้ครบแล้ว   มาลงมือรวมไฟล์ภาพเข้ากับเสียงได้ โดยใช้โปรแกรม VirtualDubMod

เปิดโปรแกรม VirtualDubMod (โปรแกรมนี้ไม่ต้อง install ใช้ได้เลยเน้อ)

ไปที่ File-->Open video file เพื่อเลือกไฟล์ video ของเรา โดยเลือกไฟล์ avi ที่เรา extract ออกมานะ

แล้วไปที่ Streams-->Stream list กด Add แล้วเลือกไฟล์ mp3 ที่เราแปลงไว้ (ย้ำไฟล์ที่แปลงแล้วนะ) แล้วกด OK

หลังจากนั้นจะเข้าสู่หน้าหลักของโปรแกรมอีกครั้ง สามารถเลือกดูไฟล์ที่เรารวมเข้าได้จากปุ่มที่ 1 หรือ 2 ที่ทำเครื่องหมายไว้

( ปุ่ม 1 = เล่นไฟล์ input,   ปุ่ม 2 = เล่นไฟล์ output   แต่มันก็เหมือนกันแหละ กดปุ่มไหนก็ได้)

 

ถ้าต้องการให้ไฟล์วิดีโอที่ได้มีคุณภาพเหมือนต้นฉบับ (99.9% เลยน้า) ให้ไปที่แท็บ Video-->เลือก Direct stream copy (คือเหมือนต้นฉบับไงล่ะ)

แล้วไปที่ File-->Save as แล้วตั้งชื่อตามต้องการ

 

หรือถ้าต้องการให้ไฟล์ที่ได้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม ทำได้โดยเปลี่ยนให้เป็น xvid

ให้ไปที่ Video-->Compression-->เลื่อนลงไปข้างล่างๆ จะเจอ Xvid MPEG-4 Codec น่านแหละ เลือกเลย

 

  เสร็จแล้วก็ไปที่ File-->Save as แล้วตั้งชื่อตามต้องการเหมือนเดิม

 

อย่าลืมว่าไฟล์ mp3 ที่เอามารวมใน VirtualDubMod นั้นต้องเป็นไฟล์ที่แปลงแล้ว ไม่อย่างนั้นภาพกับเสียงจะไม่ตรงกัน เพราะ j_kitar เคยลองแล้ว T_T

 

อ้อ VirtualDubMod นั้นมีความสามารถอีกอย่างที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงกัน คือสามารถตัดไฟล์ส่วนที่ไม่ต้องการออกได้

ให้ดูที่ปุ่มด้านล่างนะ 

 

ปุ่มแรกจะเป็นปุ่มที่เอาไว้ set จุดเริ่มต้นของช่วงที่ต้องการลบออก   ปุ่มที่ 2 เอาไว้ set จุดสิ้นสุดของช่วงที่ต้องการลบออก

เมื่อเลือกช่วงที่ต้องการลบออกได้แล้วก็กดปุ่ม delete ได้เลย แล้วไปตั้งค่าว่าจะให้เป็น direct stream copy หรือว่า xvid อย่างที่บอกไว้ข้างต้น

การตัดวิดีโอด้วย VirtualDubMod นั้นไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ แต่ว่าก็พอจะใช้ตัดส่วนไม่ต้องการออกได้เพื่อแก้รำคาญเวลาดูวิดีโอ เช่นพวกเพลง title

เวลาต้องดูซ้ำๆ มันน่ารำคาญเนอะ ว่ามั้ย

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

หลายคนก็คงจะรู้กันแล้วละนะว่าอัพรูปขึ้น blog ยังไง

แต่สำหรับมือใหม่อย่างอิฉัน อ่านกระทู้ต่างๆที่เค้าสอนยังไงก็ไม่เข้าใจซักที ลองงมตั้งนานกว่าจะได้

เอาเป็นว่า j_kitar เอาประสบการณ์ที่เคยอัพรูปมาให้อ่านกันละกันนะ

 

ขั้นแรกให้เข้าไปที่เว็บฝากรูปอย่าง imageshack.us ก่อน หรือลองหาเว็บที่มีคนแนะนำดูนะว่าเว็บไหนอัพได้รูปใหญ่ๆ

 

เมื่อเข้าไปแล้วให้ไปเลือกที่ image แล้วกด browse เพื่อเลือกรูปที่ต้องการ

 

เลือกรูปที่ต้องการแล้วกด Open

 

หลังจากนั้นให้กด host it! (ที่วงสีเขียวน่ะ)

 

 

รอ...รอ...ให้ระบบของเว็บอัพรูปเสร็จ แล้วเลื่อนลงมาข้างล่างๆ หา Direct link to image แล้ว copy ลิ้งค์ในนั้นมา

 

เข้ามาที่ blog exteen หรืออื่นๆ ของตน แล้วเข้าไปที่ new entry

ใส่เรื่องราวที่อยากเขียนได้ตามใจชอบ พอถึงจุดที่ต้องการใส่รูปให้กดที่ปุ่มรูปภาพที่อยู่ด้านบน 

 

 

มันจะขึ้นให้ใส่ link ของรูปภาพนั้นๆ    เอาล่ะ...ใส่ link ที่เราได้จากเว็บเมื่อกี้ลงไปที่ช่อง Image URL แล้วกด insert 

แค่นี้ล่ะ เสร็จแล้วง่ายมั้ย แต่ทำไมเรางมอยู่ตั้งนานหว่า

 ที่เหลือก็แค่ใส่ข้อความตามชอบใจได้เลยจ้า